บทที่ 1 เกมชั่วคราว
เกมชั่วคราว
ห้องพักหรูขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง ทุกชิ้นส่วนในพื้นที่แห่งนี้สะท้อนฐานะและความเป็นอยู่ของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี และน้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้ก้าวเท้าผ่านประตูเข้ามา... หากไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาเลือกแล้วว่าเป็น ‘ความสัมพันธ์ชั่วคราว’ ที่ไร้ข้อผูกมัด
อัครินทร์เป็นคนเลือกเยอะ ผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้ต้องมีที่มาที่ไป ชัดเจน และรู้ตำแหน่งของตัวเองดีว่าเข้ามาเพื่ออะไร เช่นเดียวกับเรือนร่างอวบอิ่มของสาวสวยที่กำลังขยับปรนเปรอไฟสวาทอยู่บนเรือนกายแกร่งของเขาในเวลานี้
ธิชาขยับเรือนร่างสัดส่วนโค้งมนขย่มลึกอยู่เบื้องบน ร่างสูงใหญ่นอนมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาพร่าพราว มือเรียวยาวที่ไร้รอยหยาบกร้านจากการทำงานหนัก ลากเลื้อยขึ้นกอบกุมบั้นท้ายงอนงาม กดขยำเน้นหนักจนเนื้อนุ่มปลายนิ้วบุ๋มลงตามแรงอารมณ์ ก่อนจะย้ายขึ้นไปกุมเต้าทรวงคู่สวยที่ใหญ่ล้นมือ
ร่างหนาหยัดสะโพกสวนรับจังหวะพร้อมส่งเสียงครางต่ำในลำคออย่างพอใจ
“อ๊ะ... คุณอัค”
หญิงสาวครางกระเส่าเมื่อเขาเพิ่มแรงบีบกระสัน สองเต้าไหวสะท้อนตามแรงขยับที่ถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ ธิชากดตัวลงสุดแรงอีกสองสามครั้งเพื่อส่งตัวเองข้ามขอบเหวแห่งความปรารถนา ช่องทางนุ่มบีบรัดตัวตนที่ยังคงขยายใหญ่ของเขาอย่างหนักหน่วงจนชายหนุ่มต้องกัดฟันแน่น
เมื่อเห็นว่าคนด้านบนหมดแรงจนร่างบางซบลงกับอกแกร่ง อัครินทร์ก็ไม่รอช้า เขาพลิกร่างอวบอิ่มให้นอนลงใต้ร่าง พลางเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง หยิบซองป้องกันที่เตรียมไว้เสมอออกมาฉีกและสวมไว้อย่างชำนาญ
ในเมื่อเขายังไม่ถึงจุดหมาย เกมนี้เขาจะเป็นคนควบคุมเอง
“อ่า... คุณอัค” เสียงพร่าเอ่ยทักทายเมื่อความแข็งขืนกดแทรกกลับเข้ามาจนสุดทางในรวดเดียว
“ใจร้อนชิงไปก่อนแบบนี้ไม่ดีเลยนะ...” เขาเอ็ดหญิงสาวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเบา ๆ พลางจุดยิ้มมุมปาก
“คุณ... อื้อ...”
อัครินทร์เริ่มขยับสะโพกเป็นจังหวะหนักแน่นและสม่ำเสมอ เสียงเนื้อกระทบเนื้อแผ่วหวิวประสานไปกับเสียงครางระส่ำของคนใต้ร่าง ชายหนุ่มโน้มตัวลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น กอบกุมเรือนร่างที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ ปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเร่งจังหวะพาเธอและตัวเองทะยานไปสู่จุดสูงสุดพร้อมกัน...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา...
อัครินทร์ยืนติดกระดุมเสื้อเชิ้ตหน้ากระจกบานใหญ่ สายตามองผ่านกระจกเงาไปยังร่างอวบอิ่มที่กำลังหยิบเดรสชุดหรูขึ้นมาสวมใส่ ชายหนุ่มหยิบนาฬิกาเรือนเรือนหลักแสนขึ้นมาสวมที่ข้อมือด้วยท่าทางเรียบเฉย ท่วงท่าและสายตาเย็นชาลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากไฟสวาทดับลง
“คุณอัคจะกลับเมืองไทยอาทิตย์หน้าจริงๆ หรือคะ” หญิงสาวเอ่ยถาม พลางเดินเข้ามาเกาะแขนแกร่งพร้อมส่งสายตาออดอ้อน
เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ชะงักมือที่กำลังจัดปกเสื้อ สายตาที่มองผ่านกระจกกลับมาเรียบตึง “คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”
“เรื่องในวงสังคมธุรกิจแพร่ไปไวจะตายค่ะ” หญิงสาวส่งยิ้มหวาน มือเรียวลูบไล้แผ่นอกกว้างผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตอย่างถือสิทธิ์
“ธิชาแค่อยากรู้ว่า... จะมีโอกาสได้บินตามไปเที่ยวหาคุณที่กรุงเทพฯ บ้างไหม”
อัครินทร์ค่อย ๆ แกะมือเรียวออกจากอกเสื้อของเขาอย่างสุภาพ
“อย่าเลย...” เขาตอบสั้น ๆ มองหน้าเธอตรง ๆ ด้วยสายตาเด็ดขาดที่ทำให้คนสบมองต้องชะงัก
“คุณก็รู้กฎของผมดี ไม่มีการตามต่อ ไม่มีข้อผูกมัดเมื่อออกจากห้องนี้”
ธิชาหน้าเสียไปเล็กน้อยเมื่อเจอคำพูดที่ตรงไปตรงมา แต่เธอก็รีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มรับ เพราะรู้ดีว่าผู้ชายอย่างอัครินทร์หากพยายามจะล้ำเส้นขอบเขตที่เขาวางไว้ ผลลัพธ์คือการถูกตัดทิ้งทันทีโดยไม่มีโอกาสแก้ตัว
“ธิชาล้อเล่นนิดเดียวเองค่ะ ไม่เห็นต้องจริงจังขนาดนั้นเลย...” หญิงสาวเอ่ยแก้ตัวพลางหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมขึ้นมาถือไว้ “ถ้างั้นธิชาขอตัวก่อนนะคะ”
อัครินทร์พยักหน้ารับสั้น ๆ โดยไม่คิดจะเดินไปส่งที่ประตู
เมื่อบานประตูห้องปิดลง ความเงียบสงบก็กลับคืนสู่ห้องสี่เหลี่ยมหรูหราอีกครั้ง เขาถอนหายใจยาว พลางเดินไปหยุดอยู่หน้ากระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองใหญ่ภายนอก ก่อนจะเดินตรงไปยังชั้นวางเครื่องดื่ม หยิบขวดวิสกี้มาเปิดแล้วรินน้ำสีอำพันลงในแก้วทรงเตี้ยเขายกขึ้นจิบ นัยน์ตาคมกริบฉายแววครุ่นคิดเมื่อนึกถึงการเดินทางกลับประเทศไทยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า...
การกลับมาครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการขยายธุรกิจ แต่ยังมีบางอย่างที่เขาตั้งใจจะจัดการด้วยตัวเอง นั่นก็คือเรื่องที่ถูกปล่อยค้างไว้มานาน และถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องเร่งหาคำตอบ...
